วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เที่ยวพิจิตร with my girlfriend

         เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะไปเอาชุดรับปริญญาที่จังหวัดเชียงราย แล้วจึงต่อรถทัวร์มาที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อรับปริญญาเพื่อนโดยทันที จัดเป็น one-day trip ที่เหนื่อยโคตรรรรรรรรรร
          พิษณุโลกเป็นจังหวัดใหญ่ วิธีการเดินทางคือ ขึ้นรถทัวร์ของบริษัท นครชัยทัวร์ ซึ่งน่าจะเป็นรถทัวร์เพียงเจ้าเดียวที่แวะจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งสถานที่ซึ่งแฟนผมแวะไปรับคือ ห้องอาหารสี่ทิศ เวลาที่ผมไปถึงที่นั้นก็ประมาณ เกือบเที่ยงคืน วันต่อมาผม แฟน และน้องชายจึงเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งรถเยอะมาก ด้วยการรอคอยที่ยาว พวกเราจึงไปแก้เซ็งโดยการเดิน central พิษณุโลก

              เห็นครั้งแรก เฮ้ย นี่มันฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตป่าวว่ะ ใหญ่โคตร การเดินไปเดินมาฆ่าเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที แฟนของผมก็นึกถึงสิ่งที่สะกิดใจเธอขึ้นมาได้
              " เค้าเจ็บเท้าอ่ะ "
              ผมนึกในใจ อย่างนี้ยาวิเศษอะไรก็รักษาไม่ได้คงต้องแก้ด้วย สิ่งนี้ เท่านั้นนนนนน
              " ไป shop croc กัน"
             ผมคงต้องเท้าความยาวๆ สำหรับที่มาของ shop croc เนื่องจากแฟนผมทำงานค้าขาย ทำให้นางยืนเยอะ และนางคงไปได้รับความรู้จากแหล่งความรู้สักที่ในอินเตอร์เน็ท ว่ารองเท้าทรงประหลาดแบบนี้ช่วยเยียวยาอาการได้
       
(http://www.kenkidshop.com/image/cache/data/SHOE/T1TbdGXhpmXXbWyPE9_103845.jpg_310x310-700x600.jpg)
รองเท้า croc ที่กล่าวถึง

               พูดไปใครจะเชื่อรองเท้าแตะธรรมดาคู่ละ 1700 บาท นี้ถ้ารุ่นใหม่ๆ นี้ปาไปเป็น 3000 บาทเลยนะ อ๊ากกกก แต่เพื่อความสุขผมตัดสินใจว่าจะซื้อให้เธอ เธอเลือกอยู่นาน แต่ครั้งนี้ คงยังไม่ถึงเวลาที่เงินจะต้องหายไป ทำให้นางไม่ผมรองเท้าขนาดที่นางใส่ได้
              เหมือนเด็กที่ไม่ได้ของเล่น การขาดสิ่งจูงใจทำให้คุณแฟน เบี่ยงเบนกลับไปยังเป้าหมายเดิมคือ ไปหาเพื่อน เราจึงขับรถกลับไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อรอเพื่อนของนาง
              มหาวิทยาลัยหากเด็กทุกคนตั้งใจได้เหมือนวันรับปริญญาก็คงจะดี ผมอดนึกถึงบรรยากาศของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ หากไม่ใช่วันรับปริญญา ทุกคนยังจะแต่งตัวเรียบร้อย ตื่นแต่เช้า และตั้งใจทำทุกๆกิจกรรมในมหาวิทยาลัยไหม การถ่ายรูปและพูดคุยกับเพื่อนผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงจึงจบลง

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เติบโตและเปลี่ยนแปลง

               ทุกๆสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง เปลี่ยนแปลงตามสภาพกาลเวลา ช่วงชีวิตของผมเอง สิ่งหนึ่งซึ่งคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง คือ ความรู้สึกรักและเป็นห่วงแม่ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน พ่อกับแม่ผมเลิกร้างกัน ผมยังจำความรู้สึกและภาพวันนั้นได้ดี ผมนั่งร้องไห้ตลอดทั้งคืนกอดกันกลมกับแม่และน้อง ความเศร้าใจปกคลุมหัวใจของผม มันตอกย้ำความคิดที่ว่า ผมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นเด็กเก็บตัว ผมเลือกที่จะมีชีวิตอยู่คนเดียว ทานข้าวกลางวันคนเดียว เล่นคนเดียว คุยคนเดียว เรียนคนเดียว ฉะนั้น ความเชื่อในชีวิตของผมจึงเต็มไปด้วยความเชื่อของแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ กาลเวลาล่วงเลยไป แม้อายุของผมจะมากขึ้น แต่ผมกลับรู้สึกว่าความคิดและการกระทำของผมไม่ได้เติบโตตามกาลเวลาเลย แต่แล้วการเปลี่ยนแปลงลูกที่ 2 ในชีวิตของผมก็เกิดขึ้นเมื่อเธอคนนั้นได้ก้าวเข้ามา
                แฟนของผมชื่อ อิ๋ว เธอเป็นแฟนคนแรกของผม การคบกันของเราเกิดขึ้นแบบบังเอิญ แต่มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ในชีวิตผมมาก การคบกันของเราทำให้การกระทำและความเชื่อของผมที่เกิดจากคนแค่คนเดียว บัดนี้ มีคนที่สองเพิ่มเข้ามา ในตอนแรกมันคือความขัดแย้งอย่างหนักในตัวของผม เราทะเลาะกันบ่อยมาก จนเกือบจะไปไม่รอดหลายครั้ง แต่เราก็ผ่านมันมาได้ จากวันนั้นก็เกือบ 2 ปี ช่วงเวลาที่ผ่านมามันสอนให้ผมได้รู้ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาการที่ผมเลือกที่จะเก็บตัว อยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียวนั้น ไม่ได้เกิดจากผมเก่งหรอก แต่เกิดจากความอ่อนแอจากเบื้องลึกต่างหาก ผมจึงกลัวหากจะมีใครเข้ามาเปลี่ยนแปลงมัน และความกลัวนั้นก็ทำให้ผมเลือกที่จะมองว่าตัวเองถูกต้องแต่ผู้อื่นผิด จนไม่อยากจะคบกับใครเป็นเพื่อน

                แม่ครับผมของคุณแม่มากๆ ครับที่ได้มอบ”ชีวิต” สิ่งมีค่าที่สุดให้กับผม แต่หลังจากนี้ สายลมของการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้วครับ ผมเองคงไม่อาจใช้ชีวิตต่อไปโดยมีแม่เป็นแกนนำเพียงอย่างเดียว แต่คงต้องใช้”ตนเอง” เป็นแกนนำให้มากขึ้น เพื่อวันหนึ่งผมเองจะได้เติบโต และเปลี่ยนแปลงจากผู้ตามทางความคิดกลายเป็นผู้นำทางความคิดต่อไป

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ชิว ชิว @ นครสวรรค์
                                คิดถึงที่รัก ปากน้ำโพ….. เมื่อวันที่ 10-11ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะไปเที่ยวนครสวรรค์ ผมเดินทางมาถึงที่นครสวรรค์เวลาประมาณ 4 ทุ่ม จากนั้นก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์จากขนส่งไปที่หอพักของน้องสาวแฟนเป็นเงิน 80 บาท ผมรู้สึกดีใจมาก เพราะไม่ได้เจอแฟนมานานมากๆๆๆ วันรุ่งขึ้น เราไปทำบุญกันที่วัดในนครสวรรค์ คงเป็นเพราะบุญหนุนนำ ทำให้วันที่ผมมาตรงกับวันประชุมหอการค้าจังหวัดพอดี แต่จะมีปัญหานิดหน่อยตรงที่ผมไม่มีรองเท้าผ้าใบ แฟนผมและน้องสาวจึงพาผมไปยังห้าง Big C
                                ห้าง Big C ของที่นี้ไม่เหมือนกับที่อื่น เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์ไม่มีห้างเซนทรัล Big C จึงไม่ใช่ห้างที่เน้นขายของกลุ่ม mass เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสินค้าแบรนด์ลดราคา รวมถึงรวมหนัง major ด้วยนะเออ เสียเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมง เงิน 2000 กว่าบาท ก็ลอยละลิ่วออกจากกระเป๋าเงินแบนๆ ผมไปยังแม่ค้า
เสื้อและรองเท้า ราคาร่วม 2000 บาท

                                ณ โรงแรมนครสวรรค์ รีสอร์ท แอนด์สปา ผมว่าภาษีรถยนต์ในประเทศไทยอาจจะถูกไป รถยนต์ร่วมหนึ่งร้อยคันจอดกันอย่างเบียดเสียดอยู่ในลานจอดรถ แต่มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักธุรกิจหนุ่มสาวสก๊อย เพราะเราแว๊นมอเตอร์ไซค์มา 555+ การสัมมนาในวันนี้เกี่ยวกับ sme โดยเฉพาะมีวิทยากรหลายท่านมาให้ความรู้ แต่วิทยาการท่านหนึ่งที่ทำให้ทั้งหอประชุมเงียบไปเลย คือ คุณอร(ธณพร เอื้อวันทนาคูณ) เจ้าของร้าน April’s bakery  นักธุรกิจสาววัย 30 ต้นๆ แต่มาพร้อมกับธุรกิจโฮมเมดเบเกอรี่ที่ไม่ธรรมดา
                                จากแอร์โอสเตสผันตัวสู่เจ้าของกิจการ อาชีพที่สาวๆ หลายๆ คนใฝ่ฝัน เนื่องจาก งานแอร์โฮสเตสที่หนักและก้าวหน้ายาก ทำให้ทุกวันนี้เธอเป็นเจ้าของร้านเค้ก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังกว่า 10 สาขาทั่วประเทศ ชีวิตของเธอสอนให้เรารู้จริงๆ ว่าการไม่ยอมแพ้ทำให้ทุกคนประสบผลสำเร็จได้ ผมกับแฟนออกจากห้องประชุมประมาณ บ่ายสอง แฟนผมจึงแยกไปเรียนขับรถยนต์ ส่วนผมก็ไปนั่งอยู่ร้านอินเตอร์เน็ท ผมหันไปมองเด็กสองคนที่นั่งเล่นเกมส์อยู่โต๊ะตรงกันข้ามทำให้ผมอดนึกถึงวันวาน
                                สมัยที่ยังอยู่ในวัยกางเกงขาสั้น หลังเลิกเรียนหรือ เสาร์-อาทิตย์ เพื่อนผมมักจะชวนไปเล่นเกมส์หรือเล่นบอลกันเป็นแก๊งแบบนี้ แต่ผมมักจะไม่ยอมไปด้วย เพราะรู้สึกว่าอยากทำให้อนาคตมันดีที่สุด แต่ทุกวันนี้ผมกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดของชีวิตคือการทิ้งช่วงเวลาสนุกเหล่านั้นไป และเอาแต่เพ้อฝันถึงอนาคต ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ผมฝันไว้แม้แต่น้อย
                                ก่อนที่จะออกทะเลไปไกล เรามาต่อเรื่องราวการท่องเที่ยวกันต่อดีกว่า เวลาผ่านไปประมาณสักสองชั่วโมง แฟนผมและน้องสาวแฟนก็กลับมารับ เราไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ภายนอกตกแต่งสวยงามดี แต่เมื่อเข้าไปทานด้านในมันช่างแตกต่างจากลักษณะภายนอกอย่างชัดจน เราจึงต้องไปฝากท้องที่ริมน้ำ
                                ร้านอาหารริมน้ำของนครสวรรค์ ในความรู้สึกของคนอื่นผมไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ในความรู้สึกของผมมันโคตรถูกและโคตรคุ้มมาก ร้านที่ผมแนะนำเลยคือ ร้านหมี่ หมู ไก่, ร้านหอยทอด, ร้านขนมเปี๊ยะทอด, ร้านบัวเกี๊ยะ สรุปมื้อนี้โดนไป 100 บาท การทำอะไรที่มากไปมันก็ไม่ดี ก็เปรียบเหมือนการทานอาหารในครั้งนี้ที่ทำให้ผมทุกข์มากกว่าสุขเพราะเมื่อทานไปแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง ผมก็ถ่ายออกซะทั้งหมด แล้วก็นอนหลับไปอย่างหมดแรง
                                วันสุดท้ายของทริปนี้ เราปิดท้ายด้วยร้าน bitter sweet  ร้านชื่อดังของจังหวัดนครสวรรค์ ที่ผมมักจะสับสันกับร้าน melt me เสมอ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ที่สวยกว่านั้นคือ นางแบบ เอ๊ย! ไม่ใช่ คือขนมต่างหาก มีขนมแปลกๆ มากมาย ทั้ง พิซซ่าหวาน, แฮมเบอร์จิ๋ว, ขนมปังชาโคล์ว
ภาพที่ร้าน bitter sweet

 


                                สุดท้ายนี้ ถึงแม้จังหวัดนครสวรรค์อาจจะยังไม่มีสนามบินและเซนทรัล แต่ถ้าอยากทานอะไรอร่อยๆ ในราคาประหยัดล่ะ ที่นี้ตอบโจทย์แน่นอน ผม confirm!!!!